วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ระบบจุระเบิดรถมอเตอร์ไซด์(เสนีย์)

ระบบจุดระเบิดที่ใช้ในรถจักรยานยนต์ ที่ใช้กันอยู่มี 3 ระบบ คือ
1. ระบบจุดระเบิดโดยใช้แบตเตอรี่ (battery ignition system)
2. ระบบจุดระเบิดโดยใช้แมกนิโตและหน้าทองขาว (magneto ignition system)
3. ระบบจุดระเบิดแบบ CDI (capacitive discharge ignition system)

5.1 ระบบจุดระเบิดโดยใช้แบตเตอรี่ (battery ignition system)
เมื่อเปิดสวิตซ์ กระแสไฟจากแบตเตอรี่จะไหลเข้าคอยล์จุดระเบิดทางด้านคดลวดแรงต่ำไปที่หน้าทองขาวและลงกราวด์ ครบวงจร ทำให้คอยล์จุดระเบิดเกิดสนามแม่เหล็กบานตัว เมื่อถึงจังหวะหน้าทองขาวแยกจากกันกระแสไฟถูกตัดวงจร สนามแม่เหล็กยุบตัวเกิดการเหนี่ยวนำร่วมระหว่างขดลวดไฟแรงต่ำกับขดลวดไฟแรงสูง โดยมีคอนเดนเซอร์ต่อคร่อมหน้าทองขาวเป็นตัวเก็บประจุทำให้เกิดแรงเคลื่อนย้อนกลับต่ำในขดลวดไฟแรงต่ำ เกิดการเหนี่ยวนำ ทำให้เกิดไฟแรงเคลื่อนสูงในวงจรจุดระเบิดสามารถกระโดดข้ามเขี้ยวหัวเทียนได้




ระบบจุดระเบิดโดยใช้แบตเตอรี่ (battery ignition system)


วงจรทางเดินของกระแสที่ความเร็วต่ำ


ในขณะความเร็วต่ำ เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ ล้อแม่เหล็กจะหมุนตัดขดลวดความเร็วต่ำ และขดลวดความเร็วสูงพร้อมกัน แต่เนื่องจากในขณะความเร็วต่ำขดลวด Exiter (L1) จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ดีกว่าขดลวด Pulser (L2) กระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจะมีทั้งคลื่นไฟบวก และไฟลบสลับกัน ในขณะที่เป็นคลื่นไฟบวก กระแสไฟฟ้าจากขดลวด L1 จะไหลผ่าน ไดโอด (D3) ผ่านโช้กคอยล์ (Choke Coil , L3) เข้าประจุในคอเดนเซอร์ และไหลกลับมาครบวงจรโดยผ่าน D4 และ D1 ดังภาพ


วงจรทางเดินของกระแสที่ความเร็วสูง


ในขณะความเร็วสูง เมื่อความเร็วรอบของเครื่องยนต์สูงขึ้น ความเร็วในการตัดเส้นแรงแม่เหล็กก็สูงตามไปด้วย จึงทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าสูงขึ้นทั้งขดลวดความเร็วต่ำและขดลวดความเร็วสูง แต่เนื่องจากขดลวดความเร็วต่ำมีจำนวนรอบเส้นขดลวดมากกว่า ดังนั้น จึงทำให้ค่าความต้านทานภายใน (Impedance) สูงกว่าขดลวดความเร็วสูง ดังนั้น กระแสไฟฟ้าจากขดลวด L2 จึงเข้าประจุในคอนเดนเซอร์ และจะกลับมาครบวงจรโดยผ่าน D4 และ D2 ส่วนในทางคลื่นไฟลบของขดลวด L2 จะไม่มีผลต่อวงจรจุดระเบิดแต่อย่างใด แต่จะใช้ไฟลบจากขดลวด L1 เพื่อส่งให้กับวงจรกระตุ้น SCR เช่นเดียวกับในขณะความเร็วต่ำ


5.2 ระบบจุดระเบิดแบบแมกนีโตและหน้าทองขาว (magneto ignition system)

เมื่อล้อแม่เหล็กหมุน เส้นแรงแม่เหล็กเหนี่ยวนำจะเกิดไฟกระแสสลับ (AC) ขึ้น หน้าทองขาวติดกันกระแสไฟฟ้าไหลลงดินโดยผ่านหน้าทองขาว เมื่อถึงจังหวะระเบิด ลูกเบี้ยวที่ล้อแม่เหล็กจะเตะให้หน้าทองขาวเปิดออก กระแสไฟฟ้าไหลลงดินไม่ได้ จะเก็บประจุไว้ที่คอนแดนเซอร์เมื่อเต็มจะคายทำให้เกิดการไหลย้อนกลับของกระแสไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว เกิดการเหนี่ยวนำ ทำให้เกิดไฟฟ้าแรงเคลื่อนสูงส่งไปยังหัวเทียน กระโดดข้ามช่องว่างที่เขี้ยวหัวเทียนเกิดประกายไฟขึ้น


5.3 ระบบจุดระเบิด CDI

มีข้อดีกว่าแบบอื่นๆ คือ
1. บำรุงรักษาง่าย
2. ยืดอายุการใช้งานของหัวเทียน
3. ให้ประกายไฟที่เที่ยงตรง
4. ไม่ต้องตั้งระยะจุดระเบิด
5. แรงเคลื่อนฟ้าที่ได้จะสูงถึง 20,000 โวลท์


มีรายละเอียดดังนี้
5.3.1 ระบบจุดระเบิดแบบ 2 คอยล์
ขณะที่แม่เหล็กหมุน จะเกิดไฟฟ้ากระแสสลับที่ขดลวดชาร์จคอยล์ไหลผ่านไดโอตในกล่องเปลี่ยนไฟกระแสสลับเป็นกระแสตรง ส่งไปบรรจุยังคอนเดนเซอร์ในกล่อง CDI
เมื่อล้อแม่เหล็กหมุนไปตรงกับขีดเครื่องหมายบนแผงขดลวด พัลเซอร์คอยล์จะส่งสัญญาณผ่านไดโอตไปยังไทริสเตอร์ (thyrister : SCR) ทำให้ไทริสเตอร์เป็นตัวนำ เปิดให้กระแสไฟผ่านออกจากคอนเดนเซอร์
คอนเดนเซอร์จะจ่ายไฟที่เก็บไว้ไหลผ่านขดลวดด้านไฟแรงต่ำของคอยล์จุดระเบิดอย่างรวดเร็วเหนี่ยวนำให้เกิดไฟแรงสูง กระโดดข้ามเขี้ยวหัวเทียนทำให้เกิดประกายไฟขึ้น

5.3.2 ระบบจุดระเบิดแบบ 1 คอยล์
เมื่อล้อแม่เหล็กหมุนตัดกับขดลวด จะเกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าบวกและลบ แรงเคลื่อนบวกจะบรรจุในคอนเดนเซอร์ แรงเคลื่อนลบจะส่งสัญญาณไปที่ตัว SCR ให้เกิดเป็นตัวนำ คอนเดนเซอร์จะคายประจุผ่าน SCR และขดลวดปฐมภูมิของคอยล์จุดระเบิด ทำให้เกิดการเหนี่ยวนำ ไฟแรงสูงก็จะเกิดขึ้นที่ขดลวดทุติยภูมิ กระโดยข้ามช่องว่างเขี้ยวหัวเทียนจุดประกายไฟขึ้น

5.3.3 ระบบจุดระเบิดแบบควบคุมจังหวะการจุดระเบิด
เมื่อล้อแม่เหล็กหมุนตัดกับขดลวดจุดระเบิด เกิดไฟกระแสสลับไหลผ่านไดโอดเปลี่ยนเป็นกระแสตรง เก็บไว้ในคอนเดนเซอร์เมื่อแม่เหล็กหมุนตัดกับขดลวดกระตุ้นสัญญาณ จะเกิดไฟกระแสสลับขึ้นที่ขดลวดกระตุ้นสัญญาณไหลไปยังวงจรควบคุมจังหวะการจุดระเบิด (ชุดไมโครคอมพิวเตอร์) จะรับสัญญาณที่ได้และคำนวณเวลาจังหวะจุดระเบิด ส่งไปกระตุ้นขา SCR กระแสไฟที่อยู่ในคอนเดนเซอร์จะคายออกอย่างรวดเร็วไหลไปยังขดลวดไฟแรงต่ำของคอยล์จุดระเบิดอย่างรวดเร็วเหนี่ยวนำให้เกิดแรงเคลื่อนไฟแรงสูงขึ้น
นอกจากนี้ชุดไมโครคอมพิวเตอร์ยังมีวงจรควบคุมเลื่อนลิ้นปิดเปิดไอเสียให้สัมพันธ์กับความเร่ารอบของเครื่องยนต์


5.4 หัวเทียน

เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่จุดประกายไฟ ให้เกิดการจุดระเบิด หัวเทียนต้องอยู่ในสภาพที่ดีและขนาดที่เหมาะสม

5.4.1 โครงสร้างของหัวเทียน
1. ฉนวน (leakage)
2. ขั้วหัวเทียน (terminal stud)
3. ฉนวนส่วนบน (pyranite insurator)
4. ส่วนโปร่ง
5. ซีลพิเศษ (special seal)
6. ปะเก็น (gasget)
7. เกลียว (thread)
8. ขั้วแกนกลาง (center electrode)
9. เขี้ยวดิน (ground electrode)
10. ฉนวนหุ้นแกนกลาง (insulator nose)
11. ช่องว่าง (scavenging area)
12. แหวนกันรั่วด้านใน (internal seal)
13. เปลือกหัวเทียน (spak plug shall)
14. แหวนลูกฟูก (crimping ring)
15. ขั่วต่อสายไฟ (terminal nut)


5.4.2 การตั้งเขี้ยวหัวเทียน
โดยทั่วไประยะห่างมาตรฐานประมาณ 0.6-0.8 มิลลิเมตร (0.024-0.31 นิ้ว)

5.4.3 การเลือกใช้หัวเทียน
1. เลือกขนาดให้ถูกต้องกับฝากสูบ
2. เลือกเบอร์ให้ถูกต้องกับการใช้งาน

5.4.4 การสังเกตสีและลักษณะของหัวเทียน
1. มีสภาพสีดำแห้ง เช็ดออกง่าย แสดงว่าส่วนผสมหนา
2. มีน้ำมันเครื่องเปียก แสดงว่า ลูกสูบ แหวนหรือกระบอกสูบสึกมาก
3. แห้งมีสีน้ำตาลอ่อนๆ แสดงว่า ปกติ
4. มีสภาพไหม้และกร่อน แสดงว่า มีอุณหภูมิสูงเกินไป

6 ความคิดเห็น:

airbrone1 กล่าวว่า...

ผมใช้ suzuki smash 110 คอยส์มีหน้าที่จ่ายให้หัวเที่ยนช่วงน้ำท่วมขับรถลุยน้ำเครื่องยนต์ดับเข็นขึ้นไปบนที่แห้งก็สตาร์ทติด ผมเลยย้ายคอยส์ขึ้นไปไว้ที่คอรถทำขายึดติดไว้ที่แตร โดยสายไฟเสียบไว้ที่ตัวปลั๊กของคอยสายดินเสียบไว้ที่เดิมเมื่อขับจักรยานยนต์เข้าพื้นที่น้ำท่วมสายดินจมอยู่ในน้ำ เป็นไปได้หรือไม่ว่าวงจรไฟไม่สมบูรณ์ทำให้เครื่องยนต์ดับ ต้องย้ายสายดินขึ้นพ้นน้ำด้วยหรือไม่ เครื่องยนต์จะได้ไม่ดับ ขออนุญาตเรียนถามคราบผม
อีเมล์ของผม air-hot@hotmail.com

Unknown กล่าวว่า...

อยากรุว่าโซนิคไฟไม้ออกหัวเทียนเกิดจากจุดใดบ้าง

Kom...... กล่าวว่า...

ระบบจุดระเบิดแบบ 1 คอยล์ นี้ไม่ต้องใช้ พัลเซอร์ ในการส่งสัญญาณกระตุ้นหรือครับ

Unknown กล่าวว่า...

ระบบจุดระเบิดของ4สูบบิ๊กไบค์ย่ากมัย

Unknown กล่าวว่า...

แปลงเอากล่อง สแมท ใส่เวฟ100ได้ม่คับ

Earth กล่าวว่า...

ไฟออกจากกล่องcdiไปเข้าคอล์ยกี่โวลคับ